งอบ: ภูมิปัญญาไม่ร้อนหัวของชาวนาไทย ที่หมวกอื่นทำไม่ได้
“งอบ” เป็นเครื่องสวมศีรษะที่อยู่คู่กับสังคมเกษตรกรรมไทย และถือเป็นสัญลักษณ์ทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ (สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553, น. 103) โดยมีหน้าที่หลักในการป้องกันแสงแดดและฝน (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 159) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับ “งอบ” โดยวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของโครงสร้างและคุณสมบัติการใช้งาน และมุ่งเน้นการวิเคราะห์ “ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา” หรืออัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นของเครื่องใช้ชนิดนี้

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68
ความแตกต่างด้านภาษา
ประเด็นสำคัญที่พบในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ คือ ความหลากหลายทางภาษาศาสตร์ของเครื่องใช้ประเภทงอบ
จากแนวคิด การเรียกชื่อวัตถุในภาษาไทยถิ่นกลางมาตรฐานว่า “งอบ” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานเอกลักษณ์ของอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553, น. 103) สอดคล้องกับแนวคิด ความหลากหลายทางภาษาในบริบทท้องถิ่น ดังที่ วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2553, น. 160) ได้ระบุไว้ว่า เครื่องสวมศีรษะประเภทงอบนี้ ยังมีชื่อเรียกอื่นในภาษาถิ่น ได้แก่ กุบ หรือ กุ๊บ ในภาคเหนือ และ เปี้ยว ในภาคใต้
ความแตกต่างของถ้อยคำถิ่นเหล่านี้ (งอบ, กุบ, เปี้ยว) สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและการปรับเสียงในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม แม้ว่าจะหมายถึงเครื่องสวมศีรษะที่มีลักษณะทางกายภาพและหน้าที่การใช้งานร่วมกันก็ตาม
งอบ, กุบ, หรือ เปี้ยว: การสังเคราะห์อัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นและภูมิปัญญาหมวกชาวนา
“งอบ” เป็นเครื่องสวมศีรษะที่อยู่คู่กับสังคมเกษตรกรรมไทย และถือเป็นสัญลักษณ์ทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ (สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553, น. 103) โดยมีหน้าที่หลักในการป้องกันแสงแดดและฝน (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 159) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับ “งอบ” โดยวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของโครงสร้างและคุณสมบัติการใช้งาน และมุ่งเน้นการวิเคราะห์ ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา หรืออัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นของเครื่องใช้ชนิดนี้
การวิเคราะห์ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา
จากแนวคิด การเรียกชื่อวัตถุในภาษาไทยถิ่นกลางมาตรฐานว่า “งอบ” ซึ่งเป็นเครื่องจักสานเอกลักษณ์ของอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สอดคล้องกับแนวคิด ความหลากหลายทางภาษาในบริบทท้องถิ่น ดังที่ วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2553, น. 160) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (2532, น. 96) ได้ระบุสอดคล้องกันว่า เครื่องสวมศีรษะประเภทนี้ ยังมีชื่อเรียกอื่นในภาษาถิ่น ได้แก่ “กุบ” หรือ “กุ๊บ” ในภาคเหนือ และ “เปี้ยว” ในภาคใต้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (2532, น. 96) ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า แม้ประโยชน์ใช้สอยการกันแดดฝน จะเหมือนกัน แต่ด้วยพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมของชุมชนที่แตกต่างกัน จึงทำให้เครื่องจักสานชนิดนี้มี รูปแบบและชื่อที่แตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัดเจน
ภูมิปัญญา “รังงอบ” และการระบายอากาศ
แม้ว่าชื่อเรียกจะมีความหลากหลาย แต่จากการสังเคราะห์เอกสาร พบว่า แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553; สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553) ให้คำอธิบายที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างภายในและคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้งอบแตกต่างจากหมวกทั่วไป

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68
จากแนวคิด การอธิบายโครงสร้างภายในที่เรียกว่า “รังงอบ” ซึ่งสานด้วยตอกไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอกโปร่ง ๆ สำหรับสวมศีรษะ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 160) สอดคล้องกับแนวคิด การอธิบายประโยชน์ใช้สอยเชิงลึกของ “รังงอบ” ดังกล่าว โดย สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ (2553, น. 103) ได้ขยายความว่า ภูมิปัญญาของ “รังงอบ” คือการทำให้ศีรษะของผู้สวมใส่ ไม่สัมผัสกับตัวงอบโดยตรง ส่งผลให้ความร้อนจากแสงแดดไม่ถ่ายเทสู่ศีรษะ ขณะเดียวกัน ความร้อนและเหงื่อจากร่างกายสามารถระบายออกได้ ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย ซึ่งถือเป็นเครื่องบังแดดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องก้มตัวทำงาน (สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553)
การสังเคราะห์แนวคิดร่วม: ภูมิปัญญา “รังงอบ” และการระบายอากาศ
แม้ว่าชื่อเรียกจะมีความหลากหลาย แต่จากการสังเคราะห์เอกสาร พบว่าแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553; สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553) ให้คำอธิบายที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างภายในและคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้งอบแตกต่างจากหมวกทั่วไป
จากแนวคิด การอธิบายโครงสร้างภายในที่เรียกว่า “รังงอบ” ซึ่งสานด้วยตอกไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอกโปร่ง ๆ สำหรับสวมศีรษะ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 159) สอดคล้องกับแนวคิด การอธิบายประโยชน์ใช้สอยเชิงลึกของ “รังงอบ” ดังกล่าว โดย สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ (2553, น. 103) ได้ขยายความว่า ภูมิปัญญาของ “รังงอบ” คือ การทำให้ศีรษะของผู้สวมใส่ ไม่สัมผัสกับตัวงอบโดยตรง ส่งผลให้ความร้อนจากแสงแดดไม่ถ่ายเทสู่ศีรษะ ขณะเดียวกัน ความร้อนและเหงื่อจากร่างกายสามารถระบายออกได้ ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย ซึ่งถือเป็นเครื่องบังแดดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องก้มตัวทำงาน
การสังเคราะห์วรรณกรรมแสดงให้เห็นว่า “งอบ” เป็นภูมิปัญญาจักสานที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน แม้จะปรากฏความหลากหลายทางภาษาในชื่อเรียก (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 160) แต่ทุกแหล่งข้อมูลสอดคล้องกันในการนิยามคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ภูมิปัญญา “รังงอบ”
“รังงอบ” ทำหน้าที่เป็นช่องว่างระบายอากาศ ทำให้งอบเป็นเครื่องบังแดดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าหมวกทั่วไป (สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ, 2553) จึงสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะถูกเรียกด้วยชื่อใดในถิ่นใดก็ตาม ภูมิปัญญาแกนหลักที่ทำให้เครื่องใช้ชนิดนี้อยู่คู่กับเกษตรกรไทย คือ กลไกการระบายอากาศอันชาญฉลาดนั่นเอง
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ้างอิงข้อมูลจาก:
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2532). ศิลปหัตถกรรมไทย. บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด.
วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2553). นามานุกรมเครื่องจักสาน. เมืองโบราณ.
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร. (2553). งานช่างพื้นถิ่น. รุ่งศิลป์การพิมพ์.

